Q&A คำถามที่พบบ่อยของโปรแกรมโรงแรม RoomYY

FAQ-RoomYY-PMS

โปรแกรมโรงแรม RoomYY มีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง

โปรแกรมโรงแรม RoomYY คือ ระบบบริหารงานโรงแรมแบบ Web Application ทำงานผ่านอินเดอร์เนท 100% รองรับการเข้าถึงข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ แท็ปเลท และมือถือ มีฟังก์ชั่นหลักได้แก่

  • ระบบการจองห้องพัก
  • ระบบเช็กอิน-เช็กเอาต์
  • ระบบบัญชี
  • ระบบแม่บ้าน
  • ระบบงานซ่อมบำรุง
  • ระบบรายงานและการบริหาร
  • ระบบจองตรง (Booking Engine)
  • Website Template

โปรแกรมโรงแรมRoomYY ราคาเท่าไหร่?

ราคาของ โปรแกรมโรงแรม RoomYY มีหลายแพ็คเกจ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานแต่ละฟังก์ชั่นและจำนวนห้องพัก แพ็คเกจเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ห้องป็นต้นไป โดยจะแบ่งเป็นเรท เช่น 1-10 ห้อง ราคาเริ่มต้นเฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาท มีแพคเกจตามตารางด้านล่างหรือสามารถเช็กราคาได้องที่นี่ https://roomyy.co/pricing/

PMS_RoomYY_Price

แต่ละฟังก์ชั่นของ RoomYY คืออะไร? ทำงานอย่างไร?

โปรแกรมโรงแรม PMS (Property Management System) คืออะไร

PMS (Property Management System) คือ โปรแกรมบริหารจัดการโรงแรม ที่ช่วยให้เจ้าของโรงแรมหรือพนักงานสามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้ในระบบเดียว

โดย PMS จะทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางข้อมูล” ของโรงแรม เช่น

  • ข้อมูลการจองห้องพัก
  • ข้อมูลลูกค้า
  • สถานะห้อง (ว่าง / เต็ม / ทำความสะอาด)
  • รายได้และบัญชี

พูดง่ายๆ คือ จากเดิมที่ต้องใช้ Excel + กระดาษ + หลายโปรแกรม
👉 PMS จะรวมทุกอย่างไว้ในระบบเดียว

ฟังก์ชันหลักของ โปรแกรมโรงแรม PMS มีอะไรบ้าง

1. ระบบจองห้องพัก (Reservation System)

  • รับการจองทั้ง Walk-in และ Online
  • แสดงห้องว่างแบบ Real-time
  • ป้องกันการจองซ้ำ (Overbooking)

2. ระบบเช็คอิน – เช็คเอาท์ (Front Desk)

  • เช็คอินลูกค้าได้รวดเร็ว
  • ออกคีย์การ์ด / คีย์ดิจิทัล
  • คำนวณค่าห้องอัตโนมัติ

3. ระบบจัดการห้องพัก (Room Management)

  • ดูสถานะห้องทั้งหมดในหน้าเดียว
  • อัปเดตห้องทำความสะอาด / ซ่อมบำรุง
  • วางแผนการเข้าพักล่วงหน้า

4. ระบบบัญชีและการเงิน (Accounting)

  • สรุปรายได้รายวัน / รายเดือน
  • ออกใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี
  • ลดความผิดพลาดจากการคำนวณมือ

5. ระบบรายงาน (Reporting)

  • รายงานยอดจอง
  • อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate)
  • รายได้ต่อห้อง (RevPAR)

👉 ช่วยให้เจ้าของโรงแรม “ตัดสินใจทางธุรกิจได้แม่นยำขึ้น”

6. การเชื่อมต่อระบบอื่น (Integration)

  • เชื่อมกับ Channel Manager
  • เชื่อม OTA เช่น Agoda, Booking.com
  • เชื่อมระบบบัญชี / POS / Key card

Channel Manager ทำหน้าที่อะไร

Channel Manager คือ ระบบที่ช่วยให้โรงแรมสามารถ “บริหารการขายห้องพักหลายช่องทาง” ได้จากที่เดียว

ช่องทาง (Channel) ที่ว่า เช่น

  • OTA (Online Travel Agent)
  • เว็บไซต์โรงแรม
  • แอปจองที่พักต่างๆ

ตัวอย่าง OTA ที่เชื่อมต่อได้ เช่น

  • Agoda
  • Booking.com
  • Expedia

👉 พูดง่ายๆ คือ
Channel Manager = ตัวกลางที่คอยอัปเดต “ราคา + จำนวนห้อง” ไปทุกช่องทางอัตโนมัติ

Channel Manager ทำหน้าที่อะไร

1. อัปเดตราคาและจำนวนห้องแบบ Real-time

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น

  • ปรับราคา
  • ห้องถูกจอง

ระบบจะอัปเดตไปทุก OTA ทันที

👉 ไม่ต้องเข้าไปแก้ทีละเว็บ

2. รวมการจัดการไว้ที่เดียว

จากเดิมต้องล็อกอินหลายเว็บ เช่น Agoda, Booking
👉 เปลี่ยนเป็นจัดการผ่านหน้าจอเดียว

3. ลดปัญหา Overbooking

เมื่อมีลูกค้าจองจากช่องทางหนึ่ง

  • ระบบจะ “ตัดห้อง” จากทุกช่องทางทันที

4. เพิ่มโอกาสการขายห้อง

  • กระจายห้องไปหลายแพลตฟอร์ม
  • เข้าถึงลูกค้าทั่วโลก

👉 เพิ่มยอดจองโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น โปรแกรมโรงแรมที่รวมทั้ง PMS (Property Management System) และ Channel Manager คือโซลูชันแบบครบวงจรที่ช่วยให้โรงแรมสามารถบริหารงานภายในและจัดการการขายห้องพักออนไลน์ได้ในระบบเดียว โดยฝั่ง PMS จะดูแลเรื่องการจอง เช็คอิน–เช็คเอาท์ สถานะห้อง บัญชี และรายงานต่างๆ ขณะที่ Channel Manager จะช่วยเชื่อมต่อและอัปเดตราคาและจำนวนห้องไปยังแพลตฟอร์มจองที่พักอย่าง Agoda, Booking.com และ Expedia แบบอัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาการจองซ้ำ (Overbooking) และลดงานที่ต้องทำด้วยมือ การใช้ระบบแบบรวมนี้จึงช่วยให้ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมถึงกันแบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงแรมที่ต้องการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ปัจจุบัน

ใช้ โปรแกรมโรงแรม PMS แล้วต้องมีพนักงาน IT ไหม?

ไม่จำเป็นต้องมีพนักงาน IT เสมอไปเมื่อใช้ PMS (Property Management System) โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ระบบส่วนใหญ่เป็นแบบ Cloud ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับพนักงานโรงแรมทั่วไปโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค แต่ระดับความจำเป็นของ IT จะขึ้นอยู่กับ “ประเภทของระบบ” และ “ขนาดของโรงแรม”

กรณีที่ “ไม่ต้องมีพนักงาน IT”

 ใช้ โปรแกรมโรงแรม PMS แบบ Cloud (ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน)

  • เข้าผ่านอินเทอร์เน็ต (เหมือนใช้เว็บทั่วไป)
  • ผู้ให้บริการดูแลระบบให้ทั้งหมด เช่น
    • เซิร์ฟเวอร์
    • การอัปเดตระบบ
    • ความปลอดภัย
  • มีทีม Support คอยช่วยเหลือ

ดังนั้น พนักงาน Front หรือเจ้าของโรงแรมสามารถใช้งานได้เลยหลังจากเทรนนิ่ง

เหมาะกับ:

  • โรงแรมขนาดเล็ก–กลาง
  • โฮสเทล / บูทีคโฮเทล
  • ธุรกิจที่ไม่มีทีมเทคนิค

กรณีที่ “อาจต้องมี IT หรือคนดูแลระบบ”

1. ใช้ โปรแกรมโรงแรม PMS แบบติดตั้งในเครื่อง (On-premise)

  • ต้องติดตั้งในคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ของโรงแรม
  • ต้องดูแลเรื่อง:
    • การสำรองข้อมูล (Backup)
    • ระบบล่ม / ฮาร์ดแวร์เสีย
    • อัปเดตโปรแกรม

กรณีนี้ ถ้าไม่มี IT อาจแก้ปัญหาได้ช้า

2. โรงแรมขนาดใหญ่ / มีหลายระบบเชื่อมต่อ

เช่น เชื่อมกับ:

  • ระบบบัญชี
  • POS (ร้านอาหาร)
  • Key card
  • Website booking engine

ใน การเชื่อมต่อผ่าน API อาจต้องมีคนดูแล

ทางเลือกสำหรับโรงแรมที่ “ไม่มี IT”

แม้ไม่มีทีม IT ก็สามารถใช้งาน PMS ได้ โดยใช้วิธีนี้:

  • เลือกระบบที่มี Support ภาษาไทย
  • เลือกระบบที่มีคู่มือ / วิดีโอสอน
  • ใช้บริการ Onboarding (ทีมช่วยตั้งค่าเริ่มต้น)
  • เลือกระบบที่ดูแลง่าย (UI ไม่ซับซ้อน)

โรงแรมขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ โปรแกรมโรงแรม PMS และ Channel Manager ไหม?

คำตอบคือ: จำเป็นในระยะยาว และเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันนี้

แม้โรงแรมขนาดเล็ก (เช่น 5–20 ห้อง) จะยังสามารถใช้ Excel หรือจดมือได้ แต่จะเริ่มมีปัญหาเมื่อ:

  • มีลูกค้าจองหลายช่องทาง
  • ข้อมูลเริ่มซับซ้อน
  • เจ้าของดูแลคนเดียวไม่ไหว

ข้อดีเมื่อโรงแรมเล็กใช้ โปรแกรมโรงแรม PMS + Channel Manager

  • ลดความผิดพลาด เช่น จองซ้ำ / ลืมจอง
  • ประหยัดเวลา (ไม่ต้องอัปเดตหลายที่)
  • ดูสถานะห้องแบบเรียลไทม์
  • เริ่มขายผ่าน OTA เช่น Agoda และ Booking.com ได้ง่ายขึ้น

สรุป:

  • “ไม่จำเป็นทันที” แต่ “ควรใช้ตั้งแต่เริ่มโต”
  • ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งจัดการง่าย

ใช้ Channel Manager แล้วจะเพิ่มยอดจองจริงหรือไม่?

คำตอบคือ: มีโอกาสเพิ่มยอดจองได้จริง (ถ้าใช้ถูกวิธี)

เหตุผลที่ช่วยเพิ่มยอดจอง

1. เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

  • ห้องของคุณจะไปอยู่บนหลายแพลตฟอร์ม
  • เช่น Agoda, Booking.com, Expedia

 ลูกค้าเห็นมากขึ้น = โอกาสจองมากขึ้น

2. อัปเดตราคาได้ทันตลาด

  • ปรับราคาช่วง High season / Low season ได้ทันที
  • ทำโปรโมชั่นได้รวดเร็ว

ทำให้ไม่พลาดโอกาสทำรายได้

3. ลดโอกาสเสียลูกค้า

  • ห้องเต็ม → ระบบปิดขายอัตโนมัติ
  • ห้องว่าง → เปิดขายทันที

แบบนี้ก็จะไม่เสียโอกาสจากข้อมูลผิดพลาด

แต่ต้องเข้าใจตรงนี้

Channel Manager “ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ” ที่เพิ่มยอดจองทันที

ยอดจองจะเพิ่มเมื่อ:

  • ราคามีการแข่งขัน
  • รูปภาพและรีวิวดี
  • มีการทำโปรโมชั่น

Channel Manager เป็น “ตัวช่วย” ไม่ใช่ “ตัวตัดสินทั้งหมด” ดูข้อมูลเพิ่มเติมข้อดี ข้อเสีย ที่นี่

ระบบล่มจะทำอย่างไร?

แม้ระบบ PMS หรือ Channel Manager จะเสถียร แต่ “โอกาสล่มมีได้” จึงควรเตรียมแผนรองรับ

ซึ่งโปรแกรมโรงแรม RoomYY มีแผนการรองรับดังนี้

ระบบที่มีความเสถียรสูง

  • มี Server มาตรฐาน
  • มี Backup อัตโนมัติ
  • มี SLA (Service Level Agreement)

ทำให้ลดโอกาสล่มตั้งแต่ต้น

ติดต่อ Support ทันที

  • ระบบ Cloud ส่วนใหญ่มีทีม Support
  • แก้ไขได้เร็ว ติดต่อ Support 365 วันในเวลาทำการ

สรุป โปรแกรมโรงแรม RoomYY ตอบทุกปัญหา เข้าใจทุกประเภทโรงแรม

โปรแกรมโรงแรม PMS RoomYY และ Channel Manager ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้งานบริหารโรงแรมเป็นเรื่องง่าย หากใช้อย่างถูกวิธีจะลดต้นทุน เพิ่มกำไรอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Program-PMS

ใบ ร.ร.3 ทำได้ง่ายๆด้วย โปรแกรมโรงแรม RoomYY

บทนำ โปรแกรมโรงแรม ช่วยทำใบ ร.ร.3 ได้อย่างไร การจัดทำใบ […]

program-small-hotel.

โรงแรมขนาดเล็กควรเลือก โปรแกรมโรงแรม ยังไง?

บทนำ โปรแกรมโรงแรม (PMS) คืออะไร? “โปรแกรมโรงแรม […]

Hotel-POS

โพสต์ยอด POS เข้าห้องใน โปรแกรมโรงแรม PMS ทำยังไง?

บทนำ : ความสำคัญของการเชื่อมต่อ POS กับ โปรแกรมโรงแรม P […]